Archive | อุปกรณ์ตัดต่อวีดีโอ

โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ

คราวนี้ก็มาถึงตัวช่วยที่สำคัญอีกอันแล้วนะครับ มีกล้องที่เหมาะสมในการตัดต่อและแปลงวีดีโอ, มีการ์ดแปลงข้อมูลที่เข้ากับกล้องได้แถมราคาประหยัดอีกตังหาก, มีสายถ่ายโอนสัญญาณ Firewire คุณภาพมาตราฐานเรียบร้อยแล้ว ก็ยังขาดอยู่อีกไม่กี่อย่าง เดี๋ยวๆค่อยๆติดตามไปแล้วกันครับว่ามีอะไรบ้าง แต่ตอนนี้ ขอบอกอย่างที่ 4 กันก่อน นั่นคือ… Software หรือ โปรแกรม ในการตัดต่อ แคปเจอ และแปลงไฟล์วีดีโอนั่นเองครับ

โดยส่วนมากแล้ว โปรแกรม สำหรับ ตัดต่อ แคปเจอ และแปลงไฟล์วีดีโอนั่น มักจะมีแถมมาให้พร้อมกับการ์ด ตัดต่อ หรือ การ์ด Firewire ที่เราซื้อเขามาซึ่งเป็น โปรแกรมพื้นฐาน ใช้งานง่ายไม่ต้องอาศัยประสบการณ์อะไรมากมาย ก็สามารถใช้ในการตัดต่อ และ แปลงไฟล์วีดีโอ ได้แล้วละครับ แต่ก็อย่างว่าแหละครับ อาจจะไม่ถูกใจกับใครอีกหลายคน

ดังนั้น ผมขอหยิบยกเอากระทู้ ที่มีคนโพสถามเกี่ยวกับหัวข้อ โปรแกรม ตัดต่อ แปลงไฟล์ วีดีโอ เอาไว้แล้ว มาให้คุณลองอ่านและพิจจารณาดูครับ เผื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกใช้งาน โปรแกรม ตัดต่อ แปลงไฟล์วีดีโอ ด้วยตัวคุณเอง หัวข้อกระทู้คือ
“ผู้ที่ตัดต่อวีดีโอใช้โปรแกรมอะไรอยู่ และดีกว่าโปรแกรมอื่นอย่างไร?”

จากประสบการณ์การทำงานด้านวีดีโอนะครับ สำหรับผมแล้วใช้อยู่หลายโปรแกรม ผมจะขอแบ่งตามระบบของคุณภาพงานที่ได้และระดับความยากของการใช้งานโปรแกรมนะ ครับ อาจจะไม่ตรงกับมืออาชีพท่านอื่น ๆ ก็ดังนี้ครับ

1. ระดับพื้นฐาน ในระดับนี้ผมหมายถึงระดับที่สามารถมาทำวีดีโออย่างง่าย เช่น สไลด์โชว์ นำภาพมาทำให้มันน่าสนใจขึ้น ใส่ Effect และ Transition เข้าไปให้มันน่าสนใจขึ้น หรือการ Encode แปลงไปวีดีโอประเภทต่าง ๆ เช่น

1. Canopus Procoder
2. Cinema Craft Mpeg Encoder
3. Cool DVD Multi Channel
4. Cyberlink Media Show
5. Cyberlink Stream Author
6. Cyberlink Talking Show
7. DUP-DVD
8. Flicker Free Video Framer
9. Nero Vision Mpeg 2 DVD Encoder
10. Orion Studios Direct DVD
11. PIC Video Motion Jpeg Codec
12. Tmpg Encoder
13. Ulead Media Studio Pro
14. VCD Cutter
15. Win DVD Tweaker Pro
16. Win DVR
17. Honestech MPEG Encoder
18. MemoriesOnTV
19. Main concept
20. Photoshow
21. Power.Video.Converter
22. TMPGEnc_Studio

2. ระดับกลาง ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่าเป็นระดับกึ่งมืออาชีพได้หรือเปล่า หลักการทำงานจะซับซ้อนกว่าระดับพื้นฐานข้างบนมาหน่อยหนึ่ง แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป

1. Pinnacle
2. Ulead
3. ProShow Gold
4. Power Director
5. WinDVD Creator
6. VideoWave Professional

3. ระดับมืออาชีพ หรือ Studio โปรแกรมต่อไปนี้เป็นโปรแกรมที่ใช้งานยากกว่า 2 ระดับที่กล่าวมาแล้ว งานจะออกมาดีต้องใช้การ Creative สูงมาก ๆ ครับ กว่าจะใช้ให้ชำนาญได้ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนเป็นเวลานาพอสมควร อาจจะเป็นปี ๆ ครับ อีกอย่าง การที่จะตัดต่องานได้ไม่สะดุด เราต้องอาศัยทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์และ การ์ดตัดต่อ ซึ่งแต่ละอย่างก็ซื้อในราคาที่แพงแสนแพง ยิ่งต้องตัดต่องาน High Definition Video ด้วยแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีคอมพิวเตอร์สเป็คสูง ๆ และการ์ดตัดต่อราคาแพง ๆ โปรแกรมที่ว่านี้ก็เช่น

1. Adobe Premiere : สำหรับ Studio ทั่วไป จะนิยมใช้ตัวนี้กันครับ
2. Sony Vegas : สำหรับตัวนี้น้องใหม่มาแรงในตอนนี้ครับ ใช้งานง่าย อาจจะง่ายกว่าโปรแกรมอื้น ๆ ในระดับเดียวกัน
3. After Effect : ใช้ทำ Effect ตามชื่อของมันครับ
4. Combustion : ตัวนี้ก็สุดยอดการตัดต่ออีกตัวหนึ่งครับ ตัดต่อและใส่ Effect ระดับหนัง Hollywood ครับ สามารถวางองค์ประกอบวิดีโอสไตล์ 2 มิติ และ 3 มิติ ได้ครับ
5. Avid : ตัวนี้สำหรับ Broadcast ตัดต่อหนังและวีดีโอ รายการข่าวระดับมือโปรครับ (Film and Video Production) ตัวนี้ทำงานกับ คอมพิวเตอร์ PC บนระบบปฏิบัติการ Windows นะครับ
6. Final Cut : ตัวนี้ก็สำหรับตัดต่อหนังเหมือนกัน แต่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Mac ครับ เรื่องราคานี่ หึหึ ผมคงต้องทำงานเป็นปีกระมังกว่าจะซื้อมาใช้ได้

้าจะให้เปรียบเทียบว่าโปรแกรมไหนดีกว่ากัน ผมว่าแต่ละโปรแกรมมันก็มีข้อดีของมันครับขึ้นอยู่กับประเภทการใช้งานครับ บ่อยครั้งผมทำภาพจากโปรแกรมระดับพื้นฐานเช่น MemoryOnTV แล้วนำมาทำต่อกับโปรแกรมระดับกลางอย่าง Ulead หรือ Pinnacle เพื่อไปเอา Template บางตัวมา จากนั้นก็ทำการ Rander เป็นไฟล์นามสกุล .avi แล้วนำมาตัดต่อในโปรแกรมระดับมืออาชีพอย่าง Sony Vegas ครับ งานออกมาเป็นที่น่าพอใจของลูกค้าผมว่าก็น่าจะโอเคแล้ว

ขอปัญญาจงมีแด่ท่าน
May all wisdom be with you!

ขอบคุณเว็บไซต์ : http://guru.google.co.th
ที่มา : http://guru.google.co.th/guru/thread?tihttp://guru.google.co.thd=5dcad2f6bba82eab

เป็นไงบ้างครับ Guru เขาได้อธิบายไว้ค่อนข้างจะละเอียดแล้วนะครับ ผมคิดว่าคุณคงพอจะตัดสินใจได้บ้างแล้วนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องมองถึงองค์ประกอบของอุปกรณ์์ตัดต่อของเราด้วยนะครับ ว่าสามารถที่จะไปกันได้ไหม กับตัวโปรแกรมที่เราสนใจและอยากจะลองเล่นดู เพราะอย่าลืมว่า โปรแกรม ตัดต่อ แปลงไฟล์ วีดีโอบางตัวก็อิงกับ การ์ดตัดต่อ ด้วยนะครับ แล้วก็บางตัวก็แพงจนรับไม่ไหว ดังนั้นเมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ตัวไหน ก็ลองหา Download ตัวทดลองใช้งานมาเล่นดูก่อนก็ได้ (ถ้ามีให้โหลด) แล้วค่อยหาซื้อตัวเต็มในภายหลังก็ได้ครับ

ในความคิดของผม โปรแกรมที่ใช้ตัดต่อ ก็มีหน้าที่เพียงแต่ อำนวยความสะดวกกสบาย ทำให้งานแปลงวีดีโอ หรืองานตัดต่อวีดีโอ ของเราทำได้โดยง่ายดายเท่านั้นเอง แต่หัวใจของการตัดต่อแปลงวีดีโอแล้ว อยู่ที่ตัวเราเองมากที่สุด ว่าเราต้องการสื่ออะไร ถ่ายทอด บอกเล่า เรื่องราวอะไรออกไป เพื่อให้ใครชม และคนที่ชมวีดีโอเรานั้น สามารถเข้าใจในสิ่งที่เราพยายามบอกเล่าออกไปบ้างหรือไม่ นี่ต่างหากครับคือประเด็นสำคัญ

ส่วนตัวผมเคยใช้มาหลายโปรแกรมครับ แต่ปัจจุบันเลือกใช้อยู่ไม่กี่โปรแกรมครับ ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ว่ามีความซับซ้อน ความยากง่ายมากน้อยแค่ไหน โปรแกรมที่ผมใช้อยู่ก็มี
Sony Vegas, Adobe Premiere, และ Adobe AfterEffect ครับ

Posted in อุปกรณ์ตัดต่อวีดีโอ, เทคนิคการแปลงวีดีโอ, โปรแกรมตัดต่อComments Off

การ์ดตัดต่อวีดีโอ (Capture Card)

อุปกรณ์สำคัญอีกชิ้นหนึ่ง ที่จำเป็นสำหรับการตัดต่อและแปลงวีดีโอเป็น วีซีดี หรือแปลงวีดีโอเป็น ดีวีดี ก็คือ การ์ดตัดต่อ นั่น เองครับ การ์ตัดต่อที่ผมจะพูดถึงสำหรับการแปลงวีดีโอราคาประหยัดนี้ก็คือ การ์ดประเภท นอนเรียลไทม์ (Non Real Time) การ์ดประเภทนี้ได้แก่การ์ด Firewire หรือ การ์ด IEEE1394 นั่นเองครับ การ์ด Firewire นี้ ปัจจุบันถือได้ว่าเป็นการ์ดอเนกประสงค์ สารพัดประโยชน์เลยก็ว่าได้ครับ เพราะนอกจากจะใช้สำหรับเป็นตัวกลางในการถ่ายโอนสัญญาณภาพ จากกล้องวีดีโอที่เป็นแบบดิจิตอลไปยังคอมพิวเตอร์ได้แล้ว ยังสามารถใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ อื่นๆได้อีกหลายอย่าง เช่น Printer, Scaner เป็นต้น

http://www.ibest.cz/img/zbozi/firewire_card.jpg


หน้าที่ของการ์ด Firewire นี้ก็คือเป็นตัวกลางในการถ่ายโอน ข้อมูลสัญญาณภาพและเสียงจากม้วนวีดีโอเทปที่บันทึกเป็นแบบดิจิตอล เช่น ม้วนวีดีโอเทป Digital8, Mini DV หรือ DV จากกล้องวีดีโอ ผ่านทางสายนำสัญญาณแบบดิจิตอล (Firewire) หรือ สาย DV (IEEE 1394) หรือ Sony เรียกว่าสาย i-LINK ก็คืออันเดียวกันนั่นละครับ เข้าสู่ทางพอร์ท DV/Input ของการ์ด Firewire นี้ และการ์ด Firewire ก็จะทำหน้าที่ถ่ายโอนข้อมูลไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจัดเก็บข้อมูลเอาไว้ทำการตัดต่อ ด้วยโปรแกรมตัดต่ออีกครั้งหนึ่ง

และเมื่อทำการตัดต่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถถ่ายโอนข้อมูลเหล่านั้นกลับคืนสู่ม้วน

วีดีโอเทปแบบดิจิตอล ได้อีกเช่นเดียวกัน โดยผ่านทาง พอร์ท DV/Output ของการ์ด Fire wire นี้ ส่งออกยังสายนำสัญญาณ DV (IEEE 1394) ต่อเข้ากับพอร์ท DV/Input ของกล้องวีดีโอ กลับคืนสู่ ม้วนวีดีโอเทปได้ โดยที่คุณภาพของวีดีโอยังคงดีเช่นเดิม

http://attachments.techguy.org/attachments/90006d1161267315/1394.gif


การ์ดตัดต่อบางรุ่นก็มี พอร์ทนำสัญญาณแบบ Analog เช่น S-Video/Input และ Composite (RCA) Audio/Video/Input มาให้ด้วยก็มีครับ แต่ราคาก็จะขยับขึ้นไปตาม Option ที่มีเสริมขึ้นมา ซึ่งเราสามารถนำเอาสัญญาณภาพและเสียง แบบ Analog (Composite (RCA) Audio/Video/Output) จากแหล่งต่างๆ เช่น จากเครื่องเล่นวีดีโอเทป VHS หรือ จากกล้อง Video 8 mm ที่มี Video Output ในลักษณะที่กล่าวมาแล้ว เข้ามาที่ Analog/Input ของการ์ดตัดต่อนี้ได้ เพื่อจับภาพจาก Analog ให้เป็น Digital ทั้งชนิด AVI หรือจะเป็น Mpeg-1, Mpg-2 เลยก็ได้ แต่ถ้าหากเราทำในลักษณะนี้ จะต้องอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสเป็คสูงๆด้วยครับ ถึงจะทำให้คุณภาพ ออกมาดี เป็นที่น่าพอใจไม่เกิดการ Drop Frame ในขณะที่ทำการ Capture


ผมได้เสนอวิธีที่ประหยัด (งบจำกัด คุณภาพงานดี) ในการเลือก กล้องวีดีโอ เพื่อเอามาไว้ใช้ในการตัดต่อและแปลงวีดีโอ ไว้แล้ว พอจะนึกออกไหมครับ ถ้าจำไม่ได้ให้กลับไปอ่านดูในหัวข้อ กล้องวีดีโอ (Camcorder) นะครับ ดังนั้นผมแนะนำว่าหากจะต้องซื้อการ์ดตัดต่อ เอาแบบประหยัด เข้ากันกับกล้องได้ก็ ควรจะต้องมี พอร์ท DV Input/Output ก็จะดีมากครับ และผมก็ขอเสนอให้เลือกการ์ด Fire wire หรือ การ์ด IEEE 1394 นี่แหละครับเหมาะสมที่สุด

ราคาของการ์ด Firewire (IEEE 1394) ปัจจุบันนี้ มีอยู่ที่ 300~1,500 บาทได้ครับ

ลำดับต่อไปผมจะพูดถึงสายนำสัญญาณ Fire wire หรือ DV (IEEE 1394) อย่าลมติดตามนะครับ

Posted in การ์ดตัดต่อวีดีโอ, อุปกรณ์ตัดต่อวีดีโอComments Off

อุปกรณ์ตัดต่อวีดีโอและแปลงวีดีโอ

บทความนี้ ผมจะขอพูดถึงอุปกรณ์ตัดต่อวีดีโอและแปลงวีดีโอ สำหรับคนที่คิดอยากจะลอง แปลงวีดีโอเป็น วีซีดี (VCD) หรือ แปลงวีดีโอ (Video Tape)  เป็นดีวีดี (DVD) กันบ้างนะครับ โดยจะให้ความสำคัญไปที่งบประมาณที่จำักัด แต่คุณภาพงานดี (ไม่สูงมากและไม่ต่ำจนเกินไป) ในการจัดหาอุปกรณ์นั้น เน้นที่การประหยัดเป็นหลัก แต่คุณภาพของงานที่แปลงออกมาแล้ว ยอมรับได้ ถึงดีที่สุด ตามงบประมาณที่บอกนั่นแหละครับ ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในงานนี้ หากใครมีอยู่แล้ว และมีสเป็คดังที่ผมเสนอแนะก็ยิ่งจะประหยัดเพิ่มเข้าไปอีก ลองมาดูกันในแต่ละข้อเลยครับ

อุปกณ์ที่จำเป็นในการตัดต่อและแปลงวีดีโอ มีดังนี้ครับ
1. กล้องวีดีโอ (Camcorder)

2. การ์ดตัดต่อวีดีโอ (Capture Card)

3. สายนำสัญญาณ (Firewire)

4. โปรแกรมตัดต่อ (Editing Software)

5. คอมพิวเตอร์ (Computer)

Posted in บทความน่ารู้, อุปกรณ์ตัดต่อวีดีโอ, เทคนิคการแปลงวีดีโอComments Off

Page 1 of 11


Advertise Here
  • Subscribe


การถ่ายภาพนางแบบ
2010 Maxim Hometown Hotties Finalist


How to Photograph a Model: Photo Studio Tips
How to Choose Right Umbrella for Photo Shoot


Advertise Here

Our Flickr Photos - See all photos




Cincopa WordPress plugin

UserOnline

Facebook Friends Updates